รักสะกิดใจ
posted on 06 Oct 2011 17:44 by sabaisabai
ผมหยิบโปสการ์ดออกมาจากกระเป๋าใบหนึ่ง ซึ่งจำได้ว่าสมัยเรียนปริญญาตรีอยู่มหาวิทยาลัยใกล้ๆชายหาดบางแสน เมื่อกว่าสิบปีที่ผ่านมา แล้วผมก็เกิดภวังค์ขึ้นมาให้มองเห็นใบหน้าคนหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด ผู้ชายคนนั้นชื่อ “พี่ยิ้ม” เป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยที่ผมจะต้องจดจำเขาไปอีกนาน เขาเป็นคนที่สอนให้ผมได้มีความรักในวัยเรียน แม้ความรักในครั้งนั้นจะเป็นการรักผู้ชายด้วยกันก็ตาม แต่ผมก้อยากจะเก็บความรู้สึกดีๆนั้นไว้ในใจตลอดไป พี่ยิ้มเป็นคนสูงโปร่ง ผิวขาว ไม่ช่างพูดนัก แต่เป็นคนยิ้มเก่ง ใบหน้าเหมือนพวกแขกขาว เขาเป็นคนมีเพื่อนน้อย เนื่องจากมีโลกส่วนตัวสูง มักจะชอบเดินไปเรียน นานๆครั้งผมจะเห็นเขาขี่จักรยานไปเรียนสักครั้ง เขาเป็นรุ่นพี่ต่างคณะกับผมแต่พักอยู่ในหอพักชายของมหาวิทยาลัยหอเดียวกัน
ผมเป็นคนค่อนข้างเกเรตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจึงมีเพื่อนๆต่างกลุ่มที่ไม่ชอบผมนัก ผมเป็นคนนิสัยขี้โวยวาย แต่แท้จริงๆข้างในไม่มีอะไร เหตุเกิดเมื่อวันหนึ่งผมกับเพื่อนไปนั่งดื่มเหล้าที่บริเวณชายหาดบางแสนเย็นวันหนึ่งหลังจากเลิกเรียน เรานั่งดื่มกันจนดึกและเมา ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะสร้างความรำคาญให้ใครบ้างเพราะเมามาก เวลาดึกเราซ้อนท้ายมอเตอร์ไซคืกันกลับหอพักมหาวิทยาลัย อยู่ๆก็มีกลุ่มมอเตอร์ไซค์ขับตามมา แล้วจู่ๆรถมอเตอร์ไซค์คันของผมก็โดนมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งที่ขี่ตามมาถีบ รถคันผมเสียหลักล้มคว่ำ หลังจากนั้นผมสติไป ผมมารู้สึกตัวอีกครั้งที่โรงพยาบาล ปรากฏว่าผมสลบไป ขากับแขนผมหักไปอย่างละข้าง หลังจากนั้นผมต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้านนับเดือนจึงได้กลับมาเรียนต่อ ด้วยสภาพขาแขนเข้าเฝือกไว้ ผมกลับมาพักที่หอพักชายอีกครั้ง วันสองวันแรกผมดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก ไม่ว่าจะกิน นอน อาบน้ำ หรือไปเรียน
เย็นวันหนึ่งผมกลับมาจากเรียนจึงมานั่งพักที่ห้องโถงใต้หอพัก “น้องเป็นอะไร” แว่วผมได้ยินเสียงผู้ชายเบาๆนุ่มๆ ถามขึ้นด้านหลัง ผมหันไปดู เห็นผู้ชายคนนั้น พี่ยิ้มนั่นเอง “พี่ชื่อยิ้มครับ” เขาแนะนำตัว ผมเองรู้จักชื่อเขาตั้งแต่มาพักหอชายนี้ครั้งแรกๆ เนื่องจากต้องมีการแนะนำตัวรุ่นพี่และรุ่นน้อง เราคุยกันได้สักพัก พี่ยิ้มจึงขอตัวกลับไปห้องพัก จากวันนั้นผมมักจะเห็นพี่ยิ้มเดินผ่านห้องโถงไป บางครั้งเขาก็หันมายิ้มและทักทาย หนึ่งเดือนจากนั้นให้หลังอาการผมดีขึ้นแต่ยังไม่ดีเท่าที่ควรเนื่องจากกระดูกยังไม่เข้าที่ดี เคลื่อนไหวไม่สะดวก แล้วเย็นวันหนึ่งผมเดินกะเผกออกมาจากห้องบังเอิญที่พี่ยิ้มเดินสวนมา เขาหยุดคุยกับผม ถามทำนองว่าอยากให้ช่วยอะไรไหม เวลานั้นผมอยากไปนั่งชายหาดบางแสนมาก จึงบอกเขาไปว่าถ้าไม่รบกวนพี่ยิ้มมากนักผมอยากไปนั่งเล่นที่ชายหาดอยากให้พี่เขาพาไป พี่ยิ้มบอกว่าเขายินดีพาไปแต่พี่เขาไม่มีมอเตอร์ไซค์ถ้าไปก็ต้องซ้อนจักรยานเขาไป ผมบอกว่าผมนั่งได้ เขาจึงตกลงพาไป
โอ้ทะเลแสนทราม เห็นน้ำกามหลั่งไหล มองเห็นกางเกงใน ลอยอยู่ในทะเล หาดทรายงามเห็นรู ดูซิดูจู๋ปลา กล้วยหอมโลมา อยู่ในท้องทะเล เมื่อเราเดินเที่ยวไป เห็นผู้ชายและเกย์ เราแสนฮาเฮ ล่อเกย์สุขใจ เมื่อตะวันตกดิน เห็นว่าวบินผ่านไป เราชักทันใด สุขใจจริงจริง...
ผมฮึมฮำๆเพลงสนุกๆนี้ตลอดเวลาที่นั่งอยู่ที่ชายหาด โดยมีพี่ยิ้มนั่งอยู่ข้างๆ เขาช่างเป็นผู้ชายที่คุยไม่สนุกเอาเสียเลย แต่ผมไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะมัวแต่ชื่นชมกับผืนน้ำผืนฟ้าที่ไม่ได้เห็นมานาน เหมือนฟ้าฝนจะกลั่นแกล้งให้เราได้มีอันต้องได้เรียนรู้ใจกัน สักพักฝนก็ตกซู่ลงมาจนเราทั้งสองคนตั้งตัวไม่ติด ผมไม่ทันได้ตั้งตัว อยู่ๆพี่ยิ้มก็อุ้มผมแบกขึ้นหลังเขาเดินขึ้นมาจากชายหาดอย่างทะลักทุเล แล้วเขาก็รีบพาผมปั่นจักรยานกลับมาที่หอพัก คืนนั้น ผมไม่รู้ว่าผมนั้นไม่สบาย ปวดหัว ตัวร้อน อาจจะเกิดจากพิษไข้และความเจ็บจากอาการกระดูกหักที่ยังไม่หายสนิท ผมรู้สึกถึงความเอาใจใส่ของพี่ยิ้มคอยเช็ดตัวให้ผมตลอดทั้งคืน และเขาก็นอนหลับอยู่ข้างๆผม เมื่อผมรู้สึกตัวอีกครั้งตอนใกล้รุ่ง ผมรู้สึกว่าตัวพี่ยิ้มร้อนเหมือนคนเป็นไข้ เวลานั้นผมทำอะไรไม่ถูกนอกจากขยับตัวเข้าไปใกล้เขาและโอบกอดเขาไว้ ตอนนั้นผมเองกลับมาความรู้สึกแปลกๆ รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ใจเต้นแรง พี่ยิ้มเองก็ขยับตัวหันมาโอบกอดกระชับผมแน่นมากขึ้น พลันเขาก็ลืมตาโพลงขึ้นมองมาที่ผม ตอนนั้นผมมองเห็นดวงตากลมโตของเขาที่ส่อแววแปลกๆ แล้วเขาก็พล็อยหลับไปอีกครั้ง รุ่งเช้าผมรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งแต่ไม่เห็นพี่ยิ้มนอนเคียงข้างเหมือนเมื่อคืน ผมใจเต้นรัว รู้สึกใจหาย และเศร้าใจ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของผมแล้ว
.................................
วันพรุ่งนี้เป็นวันรับปริญญาโทของผม ผมได้รับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ๆช่อหนึ่ง ที่ส่งมาไว้ที่หน้าออฟฟิศ พร้อมกับการ์ดเล็กๆแนบมาด้วย ผมพลิกเปิดการ์ดออกมาดูด้วยความฉงนใจ
“รัก จากพี่ยิ้ม”
ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้ผมน้ำตาไหลออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ผมยังยิ้มดีใจที่ได้รับของจากเจ้าของการ์ดใบนี้ นานนับ 10 ปี แล้วที่ผมไม่ได้รู้คราวของเขา นับจากที่เขาเรียนจบปริญญาตรีไปก่อนผม 2 ปี เขาไม่ทิ้งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ให้ผมติดต่อได้เลยแต่ผมเคยถามเพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกับเขาล่าสุดได้รู้ข่าวว่า เขาแต่งงานจนมีลูกแล้ว 2 คน และไปมีธุรกิจระหว่างประเทศที่ต้องเดินทางไปมาอยู่ตลอด ผมตัดสินใจเก็บการ์ดใบนั้นใส่ลงในกระเป๋าใบเดิม พร้อมกับรอยยิ้มเศร้าๆและความสุขใจทุกครั้งที่ผมนึกถึงผู้ชายคนนั้นทุกคราที่ผมมีโอกาสกลับไปนั่งชายทะเลที่ชายหาดบางแสน